ขออนุญาตกระแทกนิ้วถึงเรื่องของ เจดอน ซานโช่ กับ แมนฯ ยูไนเต็ด

อีกสักครั้งนะครับ กรุณาอย่าเพิ่งเบื่อกันไปเสียก่อน เพราะเมื่อวาน 'ข่าวนี้' มันดันกลับมาอีกแล้ว
ย้อนเวลากลับไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา    ufa1688
ตอนนั้นกระแสข่าวระหว่าง Manchester United กับ เจดอน ซานโช่ มาแรงแบบแทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจเลยทีเดียว
ต้นตอมาจากนักข่าวที่มียอดผู้ติดตามในโลกโซเชี่ยลเยอะที่สุดคนหนึ่งชื่อ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ 
คนข่าวชาวอิตาเลี่ยนผู้นี้กล่าวว่า แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด กับ เจดอน ซานโช่ ตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกันได้เป็นที่เรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าเหนื่อยต่ออาทิตย์ และระยะเวลาในการเซ็นสัญญา โดยพี่แกกล่าวว่านักเตะวัย 20 ขวบผู้นี้เต็มใจที่จะขายวิญญาณให้ปีศาจแดงแบบไม่มีอะไรติดขัดซะด้วย
พูดง่ายๆ ว่าอยากย้ายมาเป็นผู้เล่นของ Manchester United นั่นแหละ เพราะมันหมายถึงค่าเหนื่อยที่มหาศาลมากกว่าเดิม และได้อยู่กับยอดทีมระดับพญายักษ์ที่มีความโด่งดังมากกว่าเดิม แถมยังได้กลับมาค้าแข้งในประเทศบ้านเกิดของตัวเองอีกต่างหาก
เรื่องระหว่าง Manchester United กับ เจดอน ซานโช่ ก็จบไป ทีนี้ก็ขึ้นอยู่ในการเจรจาต่อรองราคาค่าตัวระหว่าง Manchester United กับทีมของนักเตะอย่าง ดอร์ทมุนด์ นั่นแหละว่าจะเป็นยังไง
สโมสรเจ้าของสมญา "เสือเหลือง" ต้องการค่าตัวของ เจดอน ซานโช่ เอาไว้ที่ 120 ล้านยูโร หากตีเป็นเงินสกุลอิงลิช ก็ตกอยู่ประมาณ 108 ล้านปอนด์
ตอนแรกมีข่าวว่า ปีศาจแดง จะขอผ่อนชำระค่าตัว โดยแบ่งออกเป็น 3 งวด 
เท่านั้นไม่พอยังมีเงื่อนไขว่าพวกเขาจะจ่ายเต็มราคา 120 ล้านยูโร ก็ต่อเมื่อตัวนักเตะทำผลงานได้ตามเป้า ยกตัวเช่นลงเล่นครบกี่นัด ยิงได้กี่ประตู และช่วยให้ทีมได้แชมป์อะไรบ้าง 
แต่กระนั้นก็มีรายงานว่าทาง ดอร์ทมุนด์ ไม่ยอมลดราคาให้แม้แต่ปอนด์เดียว มิหนำยังไม่ยอมให้ผ่อนจ่ายอีกด้วย   สรุปว่าถ้าอยากได้ มึงต้องเอาเงินมา 120 ล้านยูโร…ขาดตัว !!!
มิซ้ำ ดอร์ทมุนด์ ยังกำหนดเส้นตายเอาไว้ให้ ปีศาจแดง ด้วยว่าต้องตกลงเรื่องนี้กันให้เรียบร้อย ก่อนวันที่ 10 สิงหาคม 2020 
หากเลยจากนี้จะไม่คุยด้วยแล้ว
ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลา ปีศาจแดง ก็ยังไม่ทำตามเงื่อนไขที่กำหนด
พลันผู้อำนวยการสโมสรอย่าง มิชาเอล ซอร์ค ก็ออกมาแถลงถึงเรื่องนี้ ประมาณว่า "มันจบแล้วครับนาย"
หลังต่อไปเรื่องนี้ก็เงียบหายไปกับสายลมและแสงแดดจนแทบไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรออกมาสักเท่าไหร่
เด็กผีโดยมากก็ทำใจไว้แล้วล่ะครับว่าคงไม่ได้ดาวเตะที่ต้องการตามสูตรพลางชื่นชมไปถึงเครือญาติทางด้านบิดาและเครือญาติทางด้านมารดาของ ฯพณฯ เอ็ด วู๊ดเวิร์ด หัวหน้าหน่วยล่าดาวเตะ
กระทั่งเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา 
อยู่ดีๆ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ ก็กล่าวถึงเรื่องนี้อีกครั้งในทวิตเตอร์ของตัวเองที่มียอดผู้ติดตามสูงถึง 1.7 ล้านคน
พี่แกกล่าวว่าเรื่องระหว่าง เจดอน ซานโช่ กับ Manchester United มันจบมาเป็นเดือนแล้ว โดยไม่มีปัญหาอะไร ตัวเขาเขาอยากย้ายมาสวมเครื่องแบบปีศาจแดงจะแย่อยู่แล้ว
ส่วนทีมอย่าง ดอร์ทมุนด์ ก็พร้อมขายในราคา 120 ล้านยูโร ตามที่เป็นข่าวในตอนแรกนั่นแหละ
ขึ้นอยู่กับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ว่าจะยอมจ่ายในราคานี้หรือไม่ ???
ทันใดมันก็เหมือนไม้ขีดไฟแท่งเล็กๆ ที่ถูกจุดขึ้นมาอีกครั้งว่า ปีศาจแดง อาจยกขันหมากกลับไปสู่ขอดาวรุ่งพุ่งกระฉูดแตกผู้นี้จาก ดอร์ทมุนด์ ใหม่อีกรอบ เพราะตลาดการซื้อ-ขายตัวผู้เล่นมันยังไม่ปิดตัวลงสักหน่อย
อ้าว!…แต่ทาง ดอร์ทมุนด์ กล่าวว่ามันจบไปแล้วนี่หว่า   เวลามีเรื่องอะไรทำนองนี้ กรุณาอย่าไปเชื่อคำของพวกผู้บริหาร ประธานสโมสร หรือเจ้าของทีมเขานะครับ เหตุเพราะนักเตะระดับดาวดังที่จัดอยู่ในประเภท "สมบัติล้ำค่า" ทุกคนบนโลกนี้ต่างมีไว้ขายทั้งนั้น
เพียงแต่ส่วนมาก พวกพี่ๆ เขาชอบจะยืนยันหนักแน่นแบบเป็นพิธีก่อนด้วยคำภาษาเมืองผู้ดีที่ว่า…
Not For Sale 
หรือ "นักเตะคนนนี้ไม่ได้มีไว้ขาย" ซึ่งประโยคนี้สามารถตีความหมายได้ในทางกลับกันว่า "นักเตะคนนี้มีไว้ขาย" ในวงเล็บว่า (ถ้าเงินถึง)
คือถ้าตัวนักเตะเขาอยากย้ายทีม ขณะที่ตัวเองได้รับค่าตอบแทนที่คุ้มค่า มันก็ต้องขายทั้งนั้นแหละ
ขนาด ลีโอเนล เมสซี่ ยังหนีไม่พ้นกฏข้อนี้เลยครับคุณ
เพราะหากไม่ขาย สุดท้ายมึงก็ต้องเสียเขาไปแบบฟรีๆ (หลังหมดสัญญา) 5555
 …
แน่นอนนะครับว่า Manchester United อยากจะ "เอานะ" เจดอน ซานโช่ มาร่วมทีมจริงๆ ไม่ว่าจะด้วยตำแหน่งการเล่นที่ตัวเองกำลังต้องการ (หน้าขวา) อายุที่ยังน้อย ฝีเท้าที่จัดจ้าน เหมาะสมกับโครงการทวงคืนความยิ่งใหญ่ของปีศาจแดง
ติดตรงที่ว่า ปีศาจแดง อาจมองว่าค่าตัว 120 ล้านยูโร หรือประมาณ 108 ล้านปอนด์ ซึ่งหากยอมจ่ายก็จะทำลาย Stats การซื้อผู้เล่นค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร รวมถึงกระทืบ Stats ซื้อผู้เล่นค่าตัวแพงที่สุดในเมืองผู้ดีด้วย มันรุนแรงเกินไปกว่าที่จะรับได้ในสภาพเศรษฐกิจที่ตกสะเก็ด หลังวงการฟุตบอลถูกไวรัสโคโรน่าเล่นงานจนอ่วมไปหมด
ขณะเดียวกับที่ ดอร์ทมุนด์ มองว่าถ้าจะต้องเสียสมบัติล้ำค่าของตัวเอง มันก็ต้อง "เอาตาย" เท่านั้น
เรื่องแพงเกินไปหรือไม่ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคนนะครับ
บางท่านมองว่าแพงเกินไปจริงๆ 
บางท่านมองว่า…มึงก็จ่ายๆ (แม่ง) ไปเหอะ  สำหรับคอลัมนิสต์ฟุตบอลผู้มีอาการทางจิตเล็กน้อยอย่างผมหล่นความเห็นเรื่องนี้เอาไว้หลายครั้งแล้วว่ามันก็พอสมเหตุสมผล ไม่ถึงกับน่าเกลียดน่ากลัวอะไรมาก เมื่อคำนึงถึงค่าตัวของดาวเตะที่โอเวอร์มากขึ้นเรื่อยๆ ตามยุคสมัย บวกกับค่าที่เป็นสโมสรระดับมหาเศรษฐีนามอุโฆษบันลืออย่าง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 
120 ล้านยูโรน่าจะถือว่าสมราคา
เพียงแต่มันอาจสมราคาในสภาวะปกติที่ไม่โดนผลกระทบจาก โควิด-19 ที่ทำให้สโมสรต้องสูญเสียรายได้จากการหยุดยาว และไม่มีกองเชียร์เข้าสนามไปอย่างมหาศาล
ที่สำคัญคือ ปีศาจแดง ได้รับบทเรียนราคาแพงมาจากการซื้อผู้เล่นในราคาแพงมาตลอดในระยะหลัง มันจึงจำต้องละเอียดและถี่ถ้วนสักหน่อย
บางทีหากไม่มี โควิด-19 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด อาจยักไหล่ไม่สะทกสะท้านพลางยอมวอดวายไปแล้วก็เป็นได้ 
บางทีพวกเขาอาจมีงบประมาณที่ค่อนข้างจำกัดอยู่ก็นหนึ่ง ซึ่งหากเอามาทุ่มให้ดาวเตะเพียงคนเดียวจนเกินควร มันอาจไม่เหลือไปซื้อผู้เล่นที่ต้องการในตำแหน่งอื่นๆ 
นอกจากนี้เงื่อนไขของเวลาอาจเป็นกุญแจสำคัญ
ในเมื่อมันยังเหลือเวลาอีกพอสมควรเลยทีเดียวกว่าตลาดฟุตบอลจะปิดตัวลงอย่างเป็นทางการ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด อาจกำลังเล่นเกมจิตวิทยาด้วยรอให้ใกล้ๆ "เส้นตาย" เสียก่อน แล้วอาจยื่นข้อเสนอให้ ดอร์ทมุนด์ ไปพิจารณาใหม่อีกครั้งในราคาที่ต่ำกว่าสถานที่เอาไว้ คือไม่ถึง 100 ล้านปอนด์ 
เรียกว่าอาศัย "เวลา" นี่แหละครับ "กดดัน" ดอร์ทมุนด์
เพราะต่อให้ได้ไม่ถึง 100 ล้านปอนด์ สมมุติว่า 80 ล้านปอนด์ มันก็เป็นเงินจำนวนมิใช่น้อยที่น่าจะคุ้มค่าเสียหายอยู่ดี
ประหนึ่งเล่นเกมวัดใจกันครับ เพราะหาก ดอร์ทมุนด์ ยืนกราน ไม่ยอมขายในราคาต่ำกว่า 120 ล้านปอนด์ แล้วผู้เล่นต้องอยู่ต่อ มุมหนึ่งคือ เจดอน ซานโช่ โชว์ฟอร์มสะเด่าพลางสร้างผลงานอันไฉไลจนไปสะดุดทีมอื่นๆ มากขึ้น ราคามันก็จะถีบตัวสูงขึ้นจึงไม่จำเป็นจะต้องรีบขายในตลาดรอบนี้
แต่อีกมุมหนึ่งคือถ้าฟอร์มการเล่นของเขาตกลงไป หรือมีอาการเดี้ยง แถมสัญญาเก่าก็จะเหลือน้อยลงไปอีก 1 ปี บางทีค่าตัวของเจ้าหนูสิงห์นักเตะผู้นี้อาจตกลงไปกว่าที่ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด จะยอมจ่ายในขณะนี้…ก็เป็นได้
วิเคราะห์ว่า Manchester United น่าจะมามุกนี้ครับ คือเอา "เวลา" ไปบีบ ขณะเดียวกันที่พวกเขาอาจกำลังมองหาผู้เล่นคนอื่นในตำแหน่งเดียวกันที่ราคาย่อมเยาว์กว่า แถมยังไม่ต้องรีบซื้อก็ได้ ในเมื่อผู้เล่นตำแหน่งเดียวกันยังมีดาวรุ่งอย่าง เมสัน กรีนวู๊ด รวมถึง ดาเนี่ยล เจมส์ เป็นอะไหล่
ส่วน ดอร์ทมุนด์ ก็อาจยังไม่จำเป็นจะต้องรีบขาย เพราะไม่ได้เดือดร้อน เก็บไว้ใช้ก่อนก็มีประโยชน์ต่อตัวเองอีกด้วย
ว่าแล้วขอวกกลับมาที่ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ อีกครั้ง
คนข่าวของ สกาย สปอร์ต และหนังสือพิมพ์คุณภาพอย่าง "เดอะ การ์เดี้ยน" ผู้นี้เคยให้สัมภาษณ์ถึงแนวทาง "หาข่าว" ของตัวเองว่ามาจากติดต่อกับ "เอเย่นต์" ของตัวนักเตะโดยตรง เช่นเดียวกับบรรดาผู้อำนวยการสโมสรต่างๆ หรือหัวหน้าผู้บริหารสโมสรผู้มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องซื้อขายตัวผู้เล่น
พูดง่ายๆ ว่ามีความสัมพันธ์กับที่ข่าวที่จัดอยู่ในประเภท "สายตรง" 
ข่าวการซื้อขายตัวผู้เล่นของพี่แกจึงมีความแม่นยำจึงค่อนข้างสูง หากฟันธงด้วยคำว่า "Here We Go" ช่วงไหน แสดงว่ามั่นใจแบบเต็มประดา โดยมากมักจะเป็นจริงตามนั้น 
ความน่าเชื่อในการนำเสนอข่าวของเขาจึงสูงตามไปด้วย (แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เคยผิดเลย หรือ 100% ทุกคน) 
เมื่อเหยี่ยวข่าวผู้ได้ชื่อว่าเป็นเทพเจ้าแห่งข่าวการย้ายทีมมือวางอันดับหนึ่งออกโรงมายืนยันหนักแน่นว่าเงื่อนไขระหว่าง Manchester United กับ เจดอน ซานโช่ นั้นจบลงแล้ว มันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรในส่วนนี้
ขึ้นอยู่กับ ปีศาจแดง เองนั่นแหละว่าจะยอมจ่าย 120 ล้านยูโรหรือเปล่า ซึ่งนกกระจอกข่าวอย่างผมมองว่า ปีศาจแดง กำลังแกล้งดึงเชงอยู่อย่างมีเลศนัยครับ
เพราะถ้ายอมจ่ายจริงๆ คงยอมไปนานแล้วล่ะ ไม่ยืดเยื้อมากระทั่งบัดเดี๋ยวนี้หรอก
เข้าใจว่า "เส้นตาย" ใกล้เดินทางมาถึงตอนไหน เมื่อนั้น Manchester United จะแหย่ข้อเสนอขอซื้อตัว เจดอน ซานโช่ เข้าไปให้ 
ดอร์ทมุนด์ ดูเล่นอีกครั้งในราคาที่ไม่ถึง 120 ล้านยูโรตามแผน
ถ้า ดอร์ทมุนด์ เอาก็ถือว่าโชคดีไป
ถ้าไม่เอาก็รอต่อไปอีกสัก 1 ปี มันคงยังไม่สายเกินไปนักหรอก

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *